เมื่อต้องดูแลสัตว์ปีก การให้แสงสว่างที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกต้องแน่ใจว่าใช้แสงสว่างที่เหมาะสมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพและการเจริญเติบโตที่ดีของสัตว์ปีก แต่แสงแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์ปีก?
คำตอบคือแสงแดดธรรมชาติ แต่ไม่สามารถทำได้เสมอไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีแสงธรรมชาติมากนัก หรือในช่วงฤดูหนาวที่วันสั้นลง ดังนั้น เกษตรกรอาจต้องหันไปใช้แหล่งกำเนิดแสงเทียมเพื่อช่วยให้สัตว์ปีกได้รับแสงที่ต้องการ
ไฟ LED กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก ไฟ LED ประหยัดพลังงานและไม่ก่อให้เกิดความร้อนมากเท่ากับแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ซึ่งหมายความว่าเกษตรกรต้องบำรุงรักษาน้อยลง
แนวทางทั่วไปคือการติดตั้งไฟ LED ในโรงเรือนสัตว์ปีก ซึ่งจะทำให้สัตว์ปีกได้รับแสงนาน 16- ชั่วโมง แสงที่ขยายออกไปนี้จะช่วยเพิ่มผลผลิตและเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการสำหรับการผลิตเนื้อสัตว์
แม้ว่าช่วงเวลาที่มีแสงนานขึ้นจะส่งผลดีต่อการเจริญเติบโต แต่การให้ไก่ได้พักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อส่งเสริมการผลิตไข่ที่แข็งแรง การให้ไก่อยู่ในความมืดเป็นเวลา 8 ชั่วโมงถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาจังหวะการทำงานของร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อการผลิตไข่ด้วย
นอกจากจะส่งเสริมการเจริญเติบโตและการผลิตไข่แล้ว ไฟ LED ยังส่งผลดีต่อพฤติกรรมของนกอีกด้วย นกจะกระตือรือร้นมากขึ้นในช่วงที่มีแสงสว่าง และสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างเพียงพอจะช่วยป้องกันพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การจิกขนหรือการกินเนื้อกันเองของนก
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือยังคงมีการถกเถียงและศึกษากันอยู่บ้างว่าความยาวคลื่นแสงใดจึงจะเหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์ปีก งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าแสงสีต่างๆ อาจส่งผลต่อการตอบสนองต่อความเครียด พฤติกรรม และแม้แต่การผลิตไข่ได้แตกต่างกัน ในแสงประเภทนี้ งานวิจัยจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อกำหนดสเปกตรัมแสงที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์ปีก
สรุปแล้ว แหล่งกำเนิดแสงที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์ปีกคือแสงแดดธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แหล่งกำเนิดแสงเหล่านี้ไม่สามารถทำได้เสมอไป และแหล่งกำเนิดแสงเทียม โดยเฉพาะไฟ LED ได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกเลือกใช้ การให้แสงสว่างเป็นเวลานานจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเร่งการเจริญเติบโตและการผลิตไข่ได้ พร้อมทั้งช่วยให้สัตว์ปีกมีสภาพแวดล้อมที่แข็งแรงและปราศจากความเครียด

